Knowledge Base
ประเภท วัสดุ และวิธีเลือกใช้ให้ถูกต้อง — รวบรวมข้อมูลครบในบทความเดียว
Types, Materials & Selection Guide — Everything in One Place
เครื่องแก้ววิทยาศาสตร์คืออะไร?
เครื่องแก้ววิทยาศาสตร์ (Laboratory Glassware) คืออุปกรณ์ที่ทำจากแก้วหรือวัสดุโปร่งใสที่ใช้ในการวัด ผสม ให้ความร้อน และวิเคราะห์สารในห้องปฏิบัติการ แม้ดูเหมือนแค่ภาชนะธรรมดา แต่การเลือกผิดประเภทหรือผิดวัสดุอาจส่งผลต่อความแม่นยำของผลการทดลอง หรือเลวร้ายกว่านั้นคือทำให้แก้วแตกระหว่างการทดลองได้
Choosing the wrong glassware isn’t just inconvenient — it can compromise experimental accuracy or cause dangerous breakage mid-experiment.
ประเภทของเครื่องแก้วในห้องปฏิบัติการ
เครื่องแก้วแล็บแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลักตามการใช้งาน
กลุ่มที่ 1 — Volumetric Glassware (เครื่องแก้ววัดปริมาตร)
ออกแบบมาเพื่อวัดปริมาตรของเหลวด้วยความแม่นยำสูง มักมีเครื่องหมาย Class A หรือ Class B กำกับ
Designed for precise volume measurement — often marked Class A or Class B depending on tolerance.
| เครื่องมือ | การใช้งาน | ความแม่นยำ |
|---|---|---|
| Volumetric Flask | เตรียมสารละลายความเข้มข้นแน่นอน | ● สูงมาก |
| Burette | ไทเทรตสารละลาย | ● สูงมาก |
| Pipette (Grade A) | ดูดถ่ายสารปริมาณน้อยแม่นยำ | ● สูงมาก |
| Graduated Cylinder | วัดปริมาตรทั่วไป | ● ปานกลาง |
กลุ่มที่ 2 — General Use Glassware (เครื่องแก้วใช้งานทั่วไป)
กลุ่มนี้คือหน้าตาที่คนส่วนใหญ่นึกถึงเวลาได้ยินคำว่า “แล็บ” — และเป็นกลุ่มที่ถูกใช้งานหนักที่สุดด้วย
The workhorses of any lab — you’ll reach for these every single day.
- Beaker — ภาชนะทรงกระบอกสำหรับผสมและให้ความร้อน ไม่เหมาะกับการวัดปริมาตรแม่นยำ
- Erlenmeyer Flask (Conical Flask) — ปากแคบลดการระเหย เหมาะกับการเขย่าและไทเทรต
- Test Tube — หลอดทดลองขนาดเล็ก เหมาะกับการทดลองปริมาณน้อย
- Round-bottom Flask — รับการให้ความร้อนได้สม่ำเสมอ เหมาะกับ Reflux และ Distillation
- Watch Glass — ฝาครอบ Beaker หรือรองรับตัวอย่างขนาดเล็ก
- Funnel — กรองหรือถ่ายเทของเหลว
กลุ่มที่ 3 — Specialized Glassware (เครื่องแก้วเฉพาะทาง)
สำหรับงานที่ต้องการมากกว่าแค่ผสมหรือวัด
- Condenser — ควบแน่นไอระเหยในกระบวนการกลั่น
- Separating Funnel — แยกของเหลวสองชั้นที่ไม่ละลายกัน เช่น น้ำและน้ำมัน
- Buchner Funnel — กรองสารด้วยระบบสูญญากาศ
- Desiccator — เก็บตัวอย่างในสภาวะแห้งสนิท ป้องกันความชื้น
วัสดุของเครื่องแก้ว — ทำไมถึงสำคัญมากกว่าที่คิด
นี่คือส่วนที่หลายคนมองข้าม — แก้วไม่ได้มีแค่แบบเดียวครับ
This is where most people stop reading — but it’s also where the real decisions happen.
แก้วชนิดนี้ผสมออกไซด์ของโบรอน (B₂O₃) เข้าไปในโครงสร้าง SiO₂ ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 2 อย่าง
ทำไมทนความร้อนได้มากกว่า?
โครงสร้างแก้วปกติเมื่อได้รับความร้อนจะขยายตัวมาก เมื่อเย็นลงกะทันหันจะหดตัวเร็ว ทำให้แตกร้าว แต่ B₂O₃ เข้าไปทดแทนบางส่วนใน network ของ SiO₂ ทำให้ค่า Coefficient of Thermal Expansion (CTE) ต่ำลงเหลือเพียง ~3.3 × 10⁻⁶/°C เทียบกับแก้วทั่วไปที่ ~9 × 10⁻⁶/°C — หมายความว่าขยายและหดตัวน้อยกว่าถึง 3 เท่า จึงทนการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแบบกะทันหัน (Thermal Shock) ได้ดีกว่ามาก
In short: less expansion = less stress on the glass structure = doesn’t crack when you heat it fast.
ทนสารเคมีได้ดีกว่า?
โครงสร้าง Si-O-B ที่แน่นกว่าทำให้กรดและเบสส่วนใหญ่ไม่สามารถกัดกร่อนพื้นผิวแก้วได้ง่าย ยกเว้น HF (กรดไฮโดรฟลูออริก) และเบสเข้มข้นสูงที่อุณหภูมิสูง
จุดอ่อนตัว: ~820°C
ราคา: ปานกลาง
Na₂O (โซเดียมออกไซด์) และ CaO (แคลเซียมออกไซด์) ถูกเติมเข้าไปเพื่อลดจุดหลอมเหลวของแก้ว ทำให้ผลิตได้ง่ายและราคาถูกลง แต่ผลที่ตามมาคือ CTE สูงขึ้นถึง ~9 × 10⁻⁶/°C ทำให้ทนความร้อนได้น้อยกว่ามาก
Your drinking glass at home is soda-lime. Great for water, terrible for a Bunsen burner.
ราคา: ถูก
เมื่อ SiO₂ บริสุทธิ์สูงมาก CTE จะลดลงเหลือเพียง ~0.55 × 10⁻⁶/°C ต่ำกว่า Borosilicate ถึง 6 เท่า ทำให้ทน Thermal Shock ได้ดีเยี่ยม แต่กระบวนการผลิตที่ต้องใช้อุณหภูมิกว่า 2,000°C ทำให้ราคาแพงมาก
ข้อได้เปรียบที่ Borosilicate ทำไม่ได้: แก้วควอตซ์โปร่งแสง UV ได้ จึงเป็นตัวเลือกเดียวสำหรับงาน UV Spectroscopy และ Photochemistry
โปร่งแสง UV: ใช่
ราคา: แพงมาก
ตารางเปรียบเทียบวัสดุ
| Property | Borosilicate | Soda-lime | Quartz |
|---|---|---|---|
| Main Composition | SiO₂ + B₂O₃ | SiO₂ + Na₂O + CaO | SiO₂ บริสุทธิ์ |
| Thermal Shock Resistance | ● ดีมาก | ● ต่ำ | ● ดีเยี่ยม |
| Chemical Resistance | ● ดีมาก | ● ปานกลาง | ● ดีเยี่ยม |
| Max Temperature | ~500°C | ~200°C | ~1,100°C |
| UV Transparency | ● ไม่โปร่งแสง UV | ● ไม่โปร่งแสง UV | ● โปร่งแสง UV |
| Price | ● ปานกลาง | ● ถูก | ● แพงมาก |
| Best For | งานแล็บทั่วไป | งานไม่ใช้ความร้อน | งานเฉพาะทางสูง |
วิธีเลือกเครื่องแก้วให้เหมาะกับงาน
ถามตัวเองด้วย 3 คำถามนี้ก่อนเลือกเสมอครับ
-
1สารเคมีที่ใช้คืออะไร?ถ้าเป็น HF หรือเบสเข้มข้นที่อุณหภูมิสูง → เลี่ยง Borosilicate ใช้ PTFE หรือ Platinum แทน / ถ้าเป็นกรดและเบสทั่วไป → Borosilicate รับได้สบาย
-
2ต้องการความแม่นยำระดับไหน?วิเคราะห์เชิงปริมาณ → เลือก Class A เท่านั้น / ทดลองทั่วไป → Class B หรือ Graduated ก็เพียงพอ
-
3มีการให้ความร้อนหรือไม่?ให้ความร้อนโดยตรงหรือ Autoclave → Borosilicate เท่านั้น / ไม่มีความร้อน → Soda-lime ก็ใช้ได้และราคาถูกกว่า
วิธีดูแลรักษาและยืดอายุเครื่องแก้ว
เครื่องแก้วแล็บราคาไม่ถูก ดูแลดีอายุใช้งานยาวนานมากครับ
การทำความสะอาด
- ล้างด้วยน้ำกลั่นหลังใช้งานทุกครั้ง อย่าปล่อยให้สารเคมีแห้งค้างในภาชนะ
- สารที่ติดแน่น ใช้ Chromic Acid หรือ Aqua Regia (ระวังอันตราย) หรือ Ultrasonic Cleaner
- อย่าใช้ฝอยขัดหม้อ — ขูดพื้นผิวแก้วทำให้เกิด Micro-crack สะสมจนแตกได้ในภายหลัง
การเก็บรักษา
- เก็บในแนวตั้ง อย่าวางซ้อนกัน โดยเฉพาะ Flask ปากแคบ
- Volumetric Glassware ควรเก็บในกล่องหรือชั้นแยกต่างหาก เพราะ Calibration จะเสียถ้าแก้วบิ่น
- เครื่องแก้วที่ใช้กับสารกัดกร่อน ควรเก็บแยกจากเครื่องแก้วทั่วไป
สัญญาณที่ต้องเปลี่ยนใหม่ทันที
A hairline crack might look harmless. It isn’t. Replace it.
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บอกเราถึงประเภทงานและสารเคมีที่ใช้ เราจะช่วยเลือกให้ตรงจุด




